วิศวกรการบินเฉลยกระจ่าง! ทำไมห้ามพก "ของเหลวเกิน 100 ml" ขึ้นเครื่องบิน แต่น้ำที่ซื้อในเกตขึ้นได้?

วิศวกรการบินเฉลยกระจ่าง! ทำไมห้ามพก "ของเหลวเกิน 100 ml" ขึ้นเครื่องบิน แต่น้ำที่ซื้อในเกตขึ้นได้?

วิศวกรการบินเฉลยกระจ่าง! ทำไมห้ามพก "ของเหลวเกิน 100 ml" ขึ้นเครื่องบิน แต่น้ำที่ซื้อในเกตขึ้นได้?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไม “ของเหลวเกิน 100 ml” ห้ามขึ้นเครื่อง? แต่น้ำที่ซื้อในเกตถือขึ้นเครื่องได้ วิศวกรการบินเฉลยหมดเปลือก เหตุผลที่หลายคนเพิ่งเข้าใจ

หลายคนอาจเคยหัวเสียเวลาโดนเจ้าหน้าที่ยึดน้ำดื่ม น้ำหอม หรือครีมที่พกติดตัวก่อนขึ้นเครื่องบิน โดยเฉพาะกรณีที่ในขวดเหลือเพียงนิดเดียว แต่กลับไม่สามารถนำผ่านด่านตรวจความปลอดภัยได้ ขณะที่เครื่องดื่มที่ซื้อจากร้านในเกตกลับถือขึ้นเครื่องได้ตามปกติ จนเกิดคำถามคาใจว่า “ทำไมถึงเป็นแบบนั้น”

ล่าสุดประเด็นนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง “คุณปู นิศรา” วิศวกรการบิน ออกมาอธิบายเบื้องหลังกฎ “ห้ามนำของเหลวเกิน 100 มิลลิลิตรขึ้นเครื่อง” ผ่านโซเชียลส่วนตัว พร้อมเล่าที่มาของกฎระดับโลกที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

จุดเริ่มต้นกฎห้ามของเหลวเกิน 100 ml

คุณปูเล่าว่า เดิมทีผู้โดยสารทั่วโลกสามารถพกน้ำขึ้นเครื่องได้ตามปกติ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 หลังหน่วยข่าวกรองอังกฤษ MI5 สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย 24 คน ที่วางแผนก่อเหตุระเบิดเครื่องบินพร้อมกันถึง 10 ลำเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก

แผนดังกล่าวคือการซ่อนสารเคมีอันตรายไว้ในขวดน้ำอัดลมธรรมดา ก่อนนำไปผสมบนเครื่องบิน ทำให้หลังเหตุการณ์นั้น สนามบินทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับการนำของเหลวขึ้นเครื่องทันที

ทำไมขวดเหลือน้ำแค่นิดเดียวก็ยังโดนยึด?

หนึ่งในข้อสงสัยที่ผู้โดยสารถามกันมากที่สุด คือ ถ้าขวดเหลือน้ำเพียงก้นขวด ทำไมยังถูกยึด

คำตอบคือ เครื่องเอกซเรย์ที่ใช้ตรวจความปลอดภัยไม่ได้วัดจาก “ปริมาณของเหลวที่เหลืออยู่” แต่พิจารณาจาก “ขนาดของภาชนะ” เพราะช่องว่างอากาศในขวดอาจทำให้ระบบตรวจจับความหนาแน่นคำนวณผิดพลาด และอาจมองไม่เห็นสารอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายในได้

เบื้องหลังตัวเลข 100 มิลลิลิตร เกี่ยวข้องกับหลักฟิสิกส์

วิศวกรการบินอธิบายเพิ่มเติมว่า ตัวเลข 100 มิลลิลิตรไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นแบบสุ่ม แต่เกี่ยวข้องกับการคำนวณด้านความปลอดภัยของเครื่องบินโดยตรง

เมื่อเครื่องบินบินที่ระดับความสูงประมาณ 35,000 ฟุต ลำตัวเครื่องจะอยู่ภายใต้แรงดันอากาศตลอดเวลา เปรียบเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าจนตึง หากเกิดแรงระเบิดจากของเหลวในปริมาณเล็กน้อย ผนังเครื่องอาจเพียงแค่บุบ แต่หากปริมาณมากเกินไป อาจเสี่ยงทำให้โครงสร้างเสียหายรุนแรงได้

เหตุการณ์จริงที่ทำให้กฎสนามบินเข้มงวดขึ้น

คุณปูยังยกตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีตเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เช่น ในปี 2537 เคยมีการซ่อนสารเคมีไว้ในขวดน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์และเกิดระเบิดบนเครื่องบิน แม้ความเสียหายจะไม่ถึงขั้นทำให้เครื่องตก แต่ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการการบินทั่วโลก

อีกกรณีเกิดขึ้นในปี 2559 เมื่อมีการซ่อนวัตถุระเบิดไว้ในแล็ปท็อปและสามารถผ่านด่านตรวจได้ โชคดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะเครื่องยังบินไม่สูงมาก ทำให้แรงดันภายในลำตัวเครื่องยังไม่รุนแรงจนเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่

เฉลยข้อสงสัย ทำไมน้ำในเกตถึงถือขึ้นเครื่องได้

คำถามยอดฮิตอีกข้อคือ ทำไมน้ำจากบ้านถูกยึด แต่เครื่องดื่มที่ซื้อในเกตกลับถือขึ้นเครื่องได้

สาเหตุหลักมาจาก “ระบบตรวจสอบความปลอดภัย” เพราะสินค้าที่ขายภายในพื้นที่เกต จะผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบเข้มงวดแล้ว จึงได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต่างจากของที่นำเข้ามาจากภายนอกซึ่งยังไม่ได้ผ่านระบบตรวจสอบในระดับเดียวกัน

คนทำงานสนามบินเข้าใจความรู้สึกผู้โดยสาร

แม้จะเป็นมาตรการที่ทำให้หลายคนเสียดายของใช้ราคาแพง หรือของฝากที่ตั้งใจซื้อกลับบ้าน แต่ในมุมของคนทำงานสนามบิน คุณปูยอมรับว่า ทุกครั้งที่เห็นผู้โดยสารถูกยึดของก็รู้สึกเห็นใจเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เธอมองว่ากฎเหล่านี้ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ผู้โดยสารทั่วโลกสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

สรุปข้อควรรู้ก่อนขึ้นเครื่อง

  • ของเหลวทุกชนิดที่ถือขึ้นเครื่อง ต้องมีขนาดภาชนะไม่เกิน 100 มิลลิลิตร
  • แม้ของเหลวจะเหลือเพียงเล็กน้อย แต่หากขนาดขวดเกินกำหนด ก็อาจถูกยึดได้
  • เครื่องดื่มหรือสินค้าที่ซื้อหลังผ่านจุดตรวจในเกต สามารถนำขึ้นเครื่องได้ตามปกติ
  • หากต้องการพกของเหลวปริมาณมาก ควรโหลดใต้ท้องเครื่องแทน

แม้มาตรการเหล่านี้อาจสร้างความไม่สะดวกในบางครั้ง แต่เบื้องหลังทุกกฎล้วนมีเหตุผลด้านความปลอดภัยซ่อนอยู่ และอาจเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันเหตุไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางได้จริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล